Untitled Document
 
Untitled Document
 

ประวัติพระยาพิชัยดาบหัก
พระยาพิชัยดาบหักเป็นเจ้าเมืองพิชัย ในสมัยกรุงธนบุรีได้สร้างวีรกรรมที่ลือเลื่องในปี พ.ศ. ๒๓๑๖ เมื่อพม่ายกกองทัพมาตีเมืองพิชัย ซึ่งปรากฏข้อความใน
พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถาเลขาตอนหนึ่งว่า

ครั้งถึง ณ เดือนอ้ายข้างขึ้น โปสุพลายกกองทัพมาตีเมืองพิชัยอีก พระยาพิชัยก็ยกพลทหารออกไปรบแต่กลางทางยังไม่ถึงเมืองเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพ
เมืองพระพิษณุโลกขึ้นไปช่วยได้รบกับพม่าเป็นสามารถและพระยาพิชัยถือดาบสองมือคุมทหารออกไล่ฟันพม่าจนดาบหักจึงลือชื่อปรากฏเรียกว่า
พระยาพิชัยดาบหัก แต่นั้นมา

จะเห็นได้ว่าชื่อ พระยาพิชัยดาบหัก ก็เรียกขานกันมานานถึง ๒๐๐ กว่าปีแล้วจนกระทั่งทางจังหวัดอุตรดิตถ์ด้านสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นที่หน้าศาลากลางจังหวัด
และทางอำเภอพิชัยก็ได้ปั้นรูปพระยาพิชัยดาบหักประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าพ่อพระยาพิชัยดาบหักอีกด้วย

สำหรับประวัติพระยาพิชัยดาบหักนี้ พระยาศรีสัชนาลัยบดี ( เลี้ยง ศิริปาละกะ ) ซึ่งเป็นชาวพิชัยโดยกำหนดได้รวบรวมเรียบเรียงขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ แลได้นำเผยแพร่ในหนังสือเสนาศึกษา เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๗ นำมาเรียบเรียงใหม่ดังนี้

พระยาพิชัยดาบหักเดิมชื่อ จ้อย เกิดที่บ้านห้วยคา หลังเมืองพิชัยไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๐๐ เส้นเศษบิดามารดาตั้งบ้านเรือนไถนาหาเลี้ยงชีพมีบุตรด้วยกัน ๔ คน แต่เป็นไข้ทรพิษตายความเดียวกัน ๓ คน เหลือจ้อยคนเดียวเมื่อจ้อยอายุได้ ๘ ขวบ บิดาให้เลี้ยงควายและชอบชกมวยมาก บิดาจึงนำตัวไปฝากท่านพระครูวัดมหาธาตุเมืองพิชัยเพื่อเรียนหนังสือจนอายุย่างเข้า ๑๔ ขวบ ก็อ่านออกเขียนได้ ในขณะที่อยู่ที่วัดมหาธาตุนั้นจ้อยชอบดูการชกมวยมากและเมื่อมีเรื่องชกต่อยกับเด็กวัดด้วยกัน จ้อยก็สามารถเอาชนะได้ทุกคน ต่อมาเจ้าเมืองพิชัยได้นำบุตรชายชื่อ เจิด กับเด็กคนใช้อีก ๓ คนมาฝากท่านพระครูเรียนหนังสือต่อมาเกิดวิวาทชกต่อยกันจ้อยเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเจิดเป็นบุตรชายเจ้าเมืองพิชัยจึงหนีไปบ้านท่าเสาเพื่อไปหัดมวยที่นั่น ระหว่างที่เดินทางมาถึงวัดบ้านแก่งเห็นครูเที่ยงกำลังสอนมวยอยู่จึงสมัครเป็นศิษย์ เนื่องจากเกรงจะมีคนจำชื่อได้จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ทองดี เมื่อหัดมวยจนฝีมือเป็นเลิศกว่าคนอื่นแล้ว ครูเที่ยงจึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ทองดี ฟันขาว

 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ต่อมาศิษย์ครูเที่ยงอีก ๔ คนเกิดอิจฉาจนเกิดเรื่องชกต่อยกันนายทองดีเห็นว่าอยู่ไปก็ไม่มีความสุข
จึงขอลาครูเที่ยงเดินทางติดตามพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งจะไปนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์โดยไปพักอยู่ที่
วัดบางเตาหม้อกับพระภิกษุรูปนั้น เมื่อพระภิกษุรูปนั้นกลับจึงฝากนายทองดีอยู่กับพระภิกษุไปหาครู
ที่ท่าเสาชื่อ ครูเมฆ เพื่อขอเป็นศิษย์ฝึกหัดมวยจนสำเร็จการมวยในระหว่างนี้ นายทองดีอายุได้ ๑๘ ปี ได้แสดงความสามารถติดตามผู้ร้ายที่เข้ามาลักควายครูเมฆโดยฆ่าคนร้ายตาย ๑ คนและจับคนร้าย
ที่ยังไม่ตายได้อีก ๑ คน โดยนำมามอบให้กรมการตำบล บางโพท่าอิฐ นายทองดีได้รับการชมเชย
และได้บำเหน็จรางวัลจากกรมตำบลท่าอิฐถึง ๕ ตำลึง
















 

นายทองดีได้มีโอกาสแสดงฝีมืออีกครั้งหนึ่งด้วยการชกมวยในงานมหรสพฉลองพระแท่นศิลาอาสน์โดยชกชนะนายถึก (ศิษย์ครูนิล) และยังชนะครูนิลอีกด้วย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีนักมวยคนใดแขวงเมืองพิชัย เมืองทุ่งยั้ง เมืองลับแล และเมืองฝางมาขันสู้กับนายทองดีเลย ต่อมาอีก ๓ เดือน พระสงฆ์เมืองสวรรคโลก ชวนนายทองดีไปเมืองสวรรคโลกและได้ฝากนายทองดีกับครูฟันดาบผู้ฝึกบุตรเจ้าเมืองสวรรคโลก ได้ฝึกหัดอยู่ประมาณ ๓ เดือนก็ทำได้คล่องแคล่วทุกท่า
ทุกทางจนจบหลักสูตร ทั้งยังได้ซ้อมฟันดาบกับบุตรชายเจ้าเมืองสวรรคโลก ด้วยนายทองดีได้ลาครูฟันดาบเดินทางไปยังสุโขทัย ขอสมัครเป็นศิษย์กับ
ครูจีนแต้จิ๋วคนหนึ่งเพื่อฝึกมวยจีนและฝึกอยู่จนสำเร็จ ทั้งยังมีลูกศิษย์ คนหนึ่งชื่อบุญเกิดด้วย ตอนนี้นายทองดีและบุญเกิดอาศัยอยู่ที่วัดธานี อยู่วัดนี้ได้
ประมาณ๖ เดือน ก็มีชาวจีนคนหนึ่งมาจากเมืองตาก เห็นฝีมือของนายทองดีจึงชวนไปเมืองตาก โดยเล่าว่าพระยาตาก เจ้าเมืองมีความสนใจและชอบคนม
ีฝีมือ แต่ความจริงต้องการชวนนายทองดีไปเป็นเพื่อน เพราะกลางทางมีเสือดุ นายทองดีตกลงไปเมืองตาก โดยชวนบุญเกิดไปด้วยระหว่างทางตอนกลางคืน
เสือได้เข้ามาคาบบุญเกิดไป นายทองดีเข้าช่วยโดยต่อสู้กับเสือจนบาดเจ็บหนีไปและได้บุญเกิดคืนมาแต่บาดเจ็บมาก ต้องไปรักษาที่วัดใหญ่เมืองตาก
อยู่ถึง ๒ เดือนจึงหาย

วันหนึ่งพระเจ้าตากมาถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่วัดใหญ่ และมีมวยฉลองด้วย นายทองดีได้ชกกับครูมวย ชื่อห้าว และสามารถเอาชนะได้ พระเจ้าตากอยากดูฝีมือนายทองดีอีกจะให้ชกกับครูมวยชื่อหมึก นายทองดีก็สามารถชนะได้อีก พระเจ้าตากชอบใจฝีมือนายทองดีมาก ได้มอบรางวัลให้ ๕ ตำลึง และรับตัวเข้าทำงานด้วย พระเจ้าตากโปรดปรานนายทองดีมากพอนายทองดีอายุ ๒๑ ปี พระเจ้าตากก็จัดการบวชให้เป็นพระภิกษุสงฆ์บวชอยู่ ๑ พรรษาก็สึกออกมาอยู่กับพระเจ้าตากต่อไป พระเจ้าตากตั้งใจให้เป็น หลวงพิชัยอาสา และยังได้นางสาวรำยงสาวใช้ของคุณหญิงเป็นภริยาด้วย เมื่อพระเจ้าตากจะไปไหนก็ให้หลวงพิชัยอาสาติดตามไปด้วยทุกครั้ง

 
ต่อมาพระเจ้าตากได้รับท้องตรากระแสร์พระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้พระเจ้าตากไปเฝ้าทูล
ละอองธุลีพระบาท ณ กรุงศรีอยุธยาจะโปรดเกล้าให้เป็นพระยาวชิรปราการครองเมืองกำแพงเพชร หลวงพิชัยอาสาตามพระเจ้าตากไปด้วยก็มีพม่าข้าศึกยกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการและหลวงพิชัยอาสาเข้าช่วยรบพม่าภายในกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องด้วยมิได้
รับความยุติธรรมและขาดความอิสระในการรบพุ่งพระยาวชิรปราการพร้อมด้วย
หลวงพิชัยอาสาและพรรคพวก ซึ่งมีพระเชียงเงินหลวงพรมหมเสนา หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี หมื่นราชเสน่หา และพลทหารตีฝ่ายพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาเดินทางผ่านเมืองปราจีนบุรี ระยอง จนถึงเมืองจันทบุรีรวบรวมผู้คนเสบียงอาหารและอาวุธยุทธภัณฑ์ไว้พร้อมแล้ว จึงยกทัพเรือลงมา
ตีเมืองธนบุรี ได้รบกับนายทองอิน ซึ่งพม่าตั้งให้รักษาเมือง จับนายทองอินประหารชีวิตเสีย สุกี้พระนายกองพม่าผู้รักษากรุงศรีอยุธยา


ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์


     1  2     



Untitled Document





View My Stats
 


312 หมู่ที่ 5 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3

                                                               โทร. 038-338 053